
ESP32 ในวันนี้ไม่ใช่ชิปตัวเดียวอีกต่อไป Espressif ประกาศชิปตระกูล ESP32 แล้วถึง 14 รุ่น โดย 11 รุ่นอยู่ในสายการผลิตจริง ได้แก่ ESP32, ESP32-S2, ESP32-S3, ESP32-C2, ESP32-C3, ESP32-C5, ESP32-C6, ESP32-C61, ESP32-H2, ESP32-P4 และ ESP32-S31 ส่วน H4, H21 และ E22 เพิ่งประกาศและยังไม่มี datasheet บทความนี้สรุปแนวทางเลือกชิปให้เหมาะกับโปรเจกต์ โดยเปรียบเทียบที่ตัวชิป (SoC) ไม่ใช่บอร์ดพัฒนา
เปรียบเทียบสเปกหลักของชิปสำคัญ
| ชิป | CPU | ความเร็ว | SRAM | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ESP32 | Xtensa LX6 สองคอร์ | 240 MHz | 520 KB | รุ่นดั้งเดิม ปี 2016 |
| ESP32-S3 | Xtensa LX7 สองคอร์ | 240 MHz | 512 KB | ปี 2021 รองรับ PSRAM แบบ octal |
| ESP32-C3 | RISC-V คอร์เดียว | 160 MHz | 400 KB | ราคาประหยัด |
| ESP32-C6 | RISC-V + LP core | 160 MHz | 512 KB | Wi-Fi 6 และ 802.15.4 |
| ESP32-H2 | RISC-V | 96 MHz | — | ไม่มี Wi-Fi |
| ESP32-P4 | RISC-V สองคอร์ | 400 MHz | 768 KB | ไม่มีระบบไร้สายในตัว |
| ESP32-S31 | RISC-V สองคอร์ | 320 MHz | — | รุ่นใหม่ (ก.ค. 2026) |
ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างของรุ่นสำคัญ ตารางต้นฉบับยังเทียบ co-processor, ขนาด flash, PSRAM, แพ็กเกจ และวันเปิดตัวของทุกรุ่น
โปรโตคอลไร้สาย: จุดที่ต้องระวัง
- ESP32-S2 ไม่มี Bluetooth ส่วนตระกูล H (เช่น H2) ไม่มี Wi-Fi
- ESP32-C5 เป็นชิปเดียวที่รองรับ Wi-Fi 6 แบบ dual-band (2.4 และ 5 GHz)
- ESP32-C6 มี Wi-Fi 6, BLE และ 802.15.4 (Thread/Zigbee) ในตัวเดียว เหมาะกับงาน Matter และสมาร์ตโฮม
- ESP32-H2 รองรับ Thread/Zigbee และ BLE เท่านั้น
- ESP32-P4 ไม่มีระบบไร้สายในตัว ต้องจับคู่กับชิปคู่หู เช่น ESP32-C6
- ESP32 รุ่นดั้งเดิม ยังเป็นรุ่นเดียวที่มี Bluetooth Classic
- LoRa ไม่มีในชิป ESP32 ใดเลย ต้องใช้ transceiver ภายนอก
การรองรับ SDK และเฟิร์มแวร์
แต่ละชิปรองรับสภาพแวดล้อมต่างกัน ทั้ง ESP-IDF, Arduino, MicroPython, CircuitPython, Tasmota, ESPHome และ Zephyr ประเด็นที่ควรรู้คือ
- ESP32-C2 และ ESP32-C61 รองรับ Arduino แบบ component-only (ใช้ผ่าน ESP-IDF) ไม่ใช่ Arduino IDE โดยตรง
- ชิปใหม่อย่าง S31, H4 และ H21 อยู่ในสถานะ preview ยังไม่เหมาะกับงานจริง
- ESPHome แบบ Arduino ใช้ได้เฉพาะ ESP32, S2, S3 และ C3
ถ้าต้องการซอฟต์แวร์ที่เสถียรและเครื่องมือครบ รุ่นเก่าอย่าง ESP32, S3 และ C3 ปลอดภัยที่สุด
GPIO และขาใช้งาน
ESP32 ทุกรุ่นมี GPIO matrix ทำให้กำหนดขา I2C, SPI, UART ไปที่ขาใดก็ได้ ความต่างจริงอยู่ที่ขาที่มีหน้าที่ตายตัว (ADC, touch, DAC) และ USB
| ชิป | จำนวน GPIO | จุดเด่น / ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ESP32 | 34 | มี DAC และ touch; ADC2 ใช้ไม่ได้ขณะเปิด Wi-Fi |
| ESP32-S3 | 45 | USB OTG ในตัว |
| ESP32-S2 | — | USB OTG ในตัว |
| ESP32-C3 | 22 | จำนวนขาน้อย |
| ESP32-C6 | 30 | Wi-Fi 6 + 802.15.4 |
| ESP32-P4 | 55 | ขามากที่สุด เหมาะงานจอ/มัลติมีเดีย |
คำแนะนำหลัก: ESP32-S3 ชิปอเนกประสงค์
ESP32-S3 ถูกแนะนำเป็นชิป “ถูกใจทุกงาน” สำหรับคนส่วนใหญ่
ข้อดี
- ดูอัลคอร์ 240 MHz แรงพอสำหรับงานส่วนใหญ่
- มี USB OTG ในตัว (เป็น USB keyboard/mass storage ได้)
- รองรับ PSRAM แบบ octal สูงสุด 16 MB เหมาะกับกล้องและงาน AI
- มีบอร์ดในตลาดให้เลือกมาก ระบบนิเวศใหญ่
- ซอฟต์แวร์/เฟิร์มแวร์รองรับเสถียร
ข้อเสีย
- ไม่มี 802.15.4 (Thread/Zigbee)
- Wi-Fi เป็น Wi-Fi 4 เท่านั้น
- ไม่มี DAC
- กระแสหลับลึก (deep sleep) ประมาณ 7 µA เทียบกับ 5 µA ของ C2/C3
- อาจเกินความจำเป็นสำหรับโปรเจกต์ง่าย ๆ
ตารางเลือกชิปตามลักษณะงาน
| ลักษณะงาน | ชิปที่แนะนำ |
|---|---|
| IoT ทั่วไป, กล้อง, งาน AI | ESP32-S3 |
| Wi-Fi + Bluetooth ราคาถูก | ESP32-C3 |
| Wi-Fi 6, Matter, Zigbee | ESP32-C6 |
| จอแสดงผล / มัลติมีเดีย | ESP32-P4 + ESP32-C6 (ชิปคู่หู) |
| Zigbee/Thread อย่างเดียว | ESP32-H2 |
| ต้องการ Bluetooth Classic และระบบนิเวศใหญ่สุด | ESP32 รุ่นดั้งเดิม |
| PCB ผลิตภัณฑ์ที่คุมต้นทุน | ESP32-C2 |
| ต้องใช้ Wi-Fi 5 GHz | ESP32-C5 |
| Wi-Fi 6 แบบลดต้นทุน | ESP32-C61 |
| อยากทดลองชิปล่าสุด | ESP32-S31 |
สรุป
สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เริ่มจาก ESP32 รุ่นดั้งเดิมหรือ ESP32-S3 เพราะมีบทเรียน ไลบรารี และบอร์ดรองรับมากที่สุด จากนั้นค่อยเลือกรุ่นเฉพาะทางเมื่อโปรเจกต์ต้องการ เช่น C6 สำหรับ Matter หรือ C5 สำหรับ 5 GHz
ที่มา: สรุปจากบทความ ESP32 Chip Guide ของ Random Nerd Tutorials




Leave a Reply