🔌
เรียนรู้และใช้งานโมดูล Dry Contact

รูปที่ 11.1 แสดงหลักการทำงานของ Smart Switch แบบ Dry-Contact
🔌11.1 บทนำ
ในระบบ Smart Building หรือระบบควบคุมอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า
การตรวจจับสถานะของอุปกรณ์ภายนอก เช่น ว่ามีไฟฟ้าเข้ามาหรือไม่ (มีแรงดันอยู่หรือไม่)
เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับระบบตรวจสอบพลังงาน ระบบสำรองไฟ หรือระบบแจ้งเตือน
การใช้งานโมดูลประเภท “Contact Sensor” เป็นแนวทางที่ได้รับความนิยม
เนื่องจากสามารถตรวจจับสถานะการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับภาคกำลังโดยตรง
ความหมายของ Contact Sensor
Contact Sensor แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ:
| ประเภท | คำอธิบาย | ตัวอย่างการใช้งาน |
|---|---|---|
| Dry Contact | เป็นการตรวจจับการเปลี่ยนสถานะของหน้าสัมผัส (เช่น Relay หรือ Switch) โดย ไม่มีแรงดันไฟฟ้า ไหลผ่านหน้าสัมผัส ตัวเซนเซอร์หรือบอร์ดควบคุมจะเป็นผู้จ่ายแรงดันเองผ่าน Pull-up หรือ Pull-down |
ตรวจจับสถานะจาก Relay หรือสวิตช์ทางกล, ใช้ร่วมกับระบบ Microcontroller |
| Wet Contact | มีแรงดันไฟฟ้าไหลผ่านหน้าสัมผัสที่ต้องการตรวจจับ บอร์ดหรือวงจรควบคุมจะต้องรองรับแรงดันดังกล่าวเพื่ออ่านสถานะ |
ตรวจจับจากสัญญาณควบคุม 24VDC/220VAC ที่มาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกโดยตรง เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์, PLC |
ตารางที่ 11.1 ประเภทของ Contact
ความแตกต่างระหว่าง Dry Contact และ Wet Contact
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Dry Contact | Wet Contact |
|---|---|---|
| มีแรงดันในสายหรือไม่ | ไม่มี (วงจรภายในตรวจจับ) | ง่าย, ใช้ GPIO และ Pull-up |
| ความปลอดภัย | ปลอดภัยสูง ไม่ต้องสัมผัสแรงดันภายนอก | อาจต้องมีวงจรป้องกันเพิ่มเติม |
| การนำไปใช้ | ตรวจจับจาก Relay, Switch, Push Button | ตรวจจับจากอุปกรณ์ไฟฟ้าระดับสูง, ระบบอุตสาหกรรม |
| การเชื่อมต่อกับ MCU | ง่าย, ใช้ GPIO และ Pull-up | ต้องผ่านวงจรลดแรงดันหรือ Opto-isolator |
ตารางที่ 11.2 ความแตกต่างระหว่าง Dry Contact และ Wet Contact
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน
-
ระบบตรวจจับสถานะของอุปกรณ์ไฟฟ้า
-
ใช้ Dry Contact เชื่อมต่อกับ Relay หรือสวิตช์ควบคุม เช่น
ตรวจสอบว่ามีการป้อนไฟเข้าอุปกรณ์หรือไม่
-
ระบบแจ้งเตือน (Alarm System)
-
ตรวจจับว่าเบรกเกอร์ถูกเปิดหรือปิดอยู่ ผ่านสัญญาณ Dry Contact แล้วส่งสัญญาณไปยัง
Gateway -
ประยุกต์ใช้ในห้อง Data Center หรือระบบรักษาความปลอดภัย
-
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์
-
ใช้ Dry Contact ตรวจจับแรงดันไฟฟ้า AC 220V จากวงจรภายนอก เช่น
พัดลมหรือเครื่องจักร
-
ระบบเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้พลังงาน
-
บันทึกช่วงเวลาที่ไฟฟ้าถูกใช้งานในอุปกรณ์แต่ละตัว
-
ประยุกต์ใช้ในการจัดทำ Energy Report หรือ Energy Audit
🔌11.2 โครงสร้างและหลักการทำงานของโมดูล Dry-Contact
อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในบทนี้คือรีเลย์ MODEL MY2NJ 220VAC ซึ่งมีจุดสัมผัสแบบ COM, NO และ
NC โดยเมื่อมีไฟ 220VAC เข้าคอยล์ รีเลย์จะเปลี่ยนสถานะการสัมผัสดังนี้:

รูปที่ 11.2 Relay Diagram
🔌11.3 ส่วนประกอบโมดูล
โมดูล Dry-Contact ที่ใช้งานในระบบนี้ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักคือ Relay Model MY2NJ
ซึ่งทำหน้าที่แยกสัญญาณไฟฟ้าระดับสูง (เช่น 220VAC)
ออกจากวงจรดิจิทัลของไมโครคอนโทรลเลอร์ และให้เพียงหน้าสัมผัสที่ไม่มีแรงดัน (Dry
Contact) สำหรับการตรวจจับ
องค์ประกอบสำคัญ
-
Relay Model MY2NJ: เป็นรีเลย์แบบ 4PDT ที่ทำงานด้วยแรงดันขดลวด 220VAC
(เช่นขา 13-14) -
Contact COM / NO / NC: หน้าสัมผัสที่เปลี่ยนสถานะเมื่อมีไฟ 220VAC
เข้าขดลวด
หลักการทำงาน

รูปที่ 11.3 ทำงานของรีเลย์ Model เพื่อแยกวงจรกำลังไฟ 220VAC
ออกจากวงจรควบคุมแบบ Dry-Contact
จากแผนภาพที่แสดง:
-
ด้านกำลัง (Power Side): เมื่อมีไฟ 220VAC เข้ามา และสวิตช์เปิดใช้งาน
ไฟจะไหลผ่านโหลด (หลอดไฟ) และเข้าสู่ขดลวดของ Relay
ทำให้หน้าสัมผัสเปลี่ยนสถานะ -
ด้านสัญญาณ (Logic Side): หน้าสัมผัส COM และ NC/NO ของ Relay
จะนำไปเชื่อมต่อกับ บอร์ด Sensor Board
ซึ่งสามารถตรวจจับการเปลี่ยนสถานะได้โดยไม่สัมผัสแรงดันโดยตรงการต่อสายจะใช้ COM บอร์ด
Sensor Board และ NC ต่อกับ GND โดยเซตให้ GPIO เป็น INPUT_PULLUP ซึ่งจะอ่านค่า
“LOW” เมื่อ Relay ทำงาน (ไฟเข้า) และ “HIGH” เมื่อไม่มีไฟ
ข้อดีของการใช้งาน
-
ปลอดภัยจากไฟฟ้าแรงสูง
-
ไม่ต้องใช้วงจร Opto-isolator เพิ่มเติม
-
เหมาะสำหรับตรวจสอบสถานะไฟเข้าเครื่องจักร, ระบบควบคุม,
ระบบแจ้งเตือน

🔌11.4 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง
| ลำดับที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| 1 | Dry-Contact Switch |
| 2. | บอร์ด Smart Building IoT (Sensor Board) |
ตารางที่ 11.3: รายการอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง
🔌11.5 การเชื่อมต่อกับบอร์ด
ในการทดลองนี้ จะใช้โมดูล Dry-Contact Switch ซึ่งประกอบด้วยรีเลย์ Model MY2NJ
ที่ทำหน้าที่เป็นตัวตรวจจับสถานะของโหลดไฟฟ้า 220VAC โดยมีแนวคิดว่า:
-
เมื่อมีไฟ 220VAC ป้อนเข้าโหลด → รีเลย์ทำงาน → ขา NC เปิด → ขา NO ต่อกับ
COM -
เมื่อไม่มีไฟ 220VAC → รีเลย์ไม่ทำงาน → COM ต่อกับ NC
จุดประสงค์ของการเชื่อมต่อ
นำสถานะของ contact จากรีเลย์ (COM และ NC/NO) มาต่อเข้ากับบอร์ด Smart
Building IoT เพื่อใช้ตรวจสอบว่าระบบมีการจ่ายไฟไปยังโหลดหรือไม่
วิธีการเชื่อมต่อวงจร:
-
ขา COM ของรีเลย์ → ต่อกับ ขา IN ของคอนเนกเตอร์ MOTION (บนบอร์ด
Sensor) -
ขา NC ของรีเลย์ → ต่อกับ GND ของคอนเนกเตอร์ MOTION
-
บอร์ด Smart Building IoT จะอ่านค่าสถานะ Input จากขา GPIO32
ซึ่งเป็นขาที่เชื่อมอยู่กับคอนเนกเตอร์ MOTION -
เปิดใช้งาน internal pull-up resistor บน GPIO32
เพื่อให้สามารถตรวจจับสถานะได้อย่างถูกต้อง

รูปที่ 11.4 การเชื่อมต่อโมดูล Dry-Contact เข้ากับ Sensor Board
| สถานะโหลด | สถานะ Contact | GPIO32 อ่านค่า | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| มีไฟเข้า | NC → Open | HIGH | ไฟกำลังทำงาน |
| ไม่มีไฟเข้า | NC → Close | LOW | ไฟดับ/ไม่มีโหลด |
ตารางที่ 11.4: ลอจิกการอ่านค่า
🔌11.7 ตัวอย่างโค้ดและการใช้งาน
Example Code 11.1: อ่านค่า Dry-Contact แล้วแสดงค่าบน Serial และ
OLED

รูปที่ 11.5 ตัวอย่างโค้ดอ่านสถานะ Dry-Contact ผ่าน GPIO และแสดงผลบน Serial
Monitor และจอ OLED

🔌การประยุกต์ใช้งาน
-
ใช้ตรวจจับสถานะการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น รีเลย์, สวิตช์
หรือวงจรควบคุม -
เชื่อมต่อกับระบบควบคุมอัตโนมัติ เช่น IoT, PLC เพื่อสั่งงานหรือแจ้งเตือน
-
ประยุกต์ใช้ในระบบ Smart Building เพื่อตรวจจับการเปิด-ปิดของอุปกรณ์ต่าง
ๆ
🔌สรุปผลการเรียนรู้
-
เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Dry-Contact และ Wet-Contact
-
ต่อวงจรรีเลย์ให้เป็น Dry-Contact Switch ได้อย่างถูกต้อง
-
ประยุกต์ใช้งานในการตรวจสอบการทำงานของโหลดไฟฟ้า 220VAC เช่น เครื่องจักร,
หลอดไฟ, ปั๊มน้ำ ฯลฯ
ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ต่อยอดในระบบ ตรวจสอบสถานะพลังงาน, ระบบความปลอดภัย,
และ ระบบควบคุมอัตโนมัติ ภายในอาคารอัจฉริยะ (Smart Building)
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✅ กิจกรรมการทดลอง (Lab Exercise)
1.อธิบายความแตกต่างระหว่าง Wet Contact และ Dry Contact
พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริงของแต่ละประเภท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………
2.หากต้องการตรวจสอบว่าโหลดไฟฟ้า 220VAC ทำงานอยู่หรือไม่ โดยใช้บอร์ด Smart
Building IoT ควรต่อวงจร Dry-Contact อย่างไร?
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………
3.เหตุใดจึงต้องใช้ Pull-up Resistor เมื่อต่อสัญญาณ Dry-Contact เข้ากับขา GPIO
ของ ESP32? และหากใช้ขา GPIO32 ควรตั้งค่าอย่างไรในโปรแกรม?
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………
📝 พื้นที่สรุปผลการเรียนรู้
🔹 หลังจากทำกิจกรรมและศึกษาข้อมูลจากชุดฝึกนี้ ฉันได้เรียนรู้ว่า…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………
🔹 ความเข้าใจเพิ่มเติมที่ได้รับจากใบงานนี้คือ…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………
🔹 ข้อเสนอแนะ/ข้อสงสัยเพิ่มเติม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………
“วงจรที่ดีไม่ได้วัดแค่แรงดัน แต่วัดความเข้าใจ”
“A great circuit measures not just voltage, but
awareness.”




Leave a Reply